ความสําคัญของเสียง

การทำสมาธิหรือกิจกรรมต่างๆ เขียนขึ้นเพื่อให้ทุกคนอ่าน
อย่างไรก็ตาม จําเป็นต้องเข้าใจว่าในความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่
กับลูกนั้น น้ำเสียงที่ใช้ต้อง “ไม่ใช่การออกคำสั่ง” แต่ละประโยค
คือการยื่นข้อเสนอ ไม่ใช่การสั่ง!
คุณต้องทำตัวให้ “น่าดึงดูด” ใช้น้ำเสียงที่เป็นมิตร อย่ากลัว
ว่าจะดูเหมือนเป็นการสะกดจิตในบางครั้งที่ต้องพูดซ้ำๆ คุณจะ
ช่วยให้ความระแวดระวังทางจิตของลูกลดลงและกลายเป็นคลื่น
อัลฟา (คลื่นสมองช่วงก่อนง่วง ซึ่งมีประโยชน์ต่อการทำสมาธิ)
ซึ่งโดยทั่วไปจิตนี้จะเป็นสิ่งที่จำกัดขอบเขตของสติรับรู้
คำว่า “เงียบ”, “นิ่ง”, “สงบ” จะไล่เรียงมาโดยไม่ขาดสาย
นั่นเป็นความจงใจ ในขณะฝึกสมาธิหรือกําหนดลมหายใจและ
เชื่อมโยงกับคำเหล่านี้ เด็กจะรวมมันเข้ามาเป็นเหมือนรหัสของ
ความสุข และสำหรับสมองแล้ว นั่นจะกลายเป็นสูตรที่ทำให้
ตัวเองสงบลงโดยอัตโนมัติเมื่อเจอเส้นทางที่ยากในชีวิตประจำวัน
หรือเพื่อเข้าสู่สมาธิได้เร็วขึ้น อย่าลังเลที่จะผสมอารมณ์ที่เหมาะสม
ของคุณหรือที่ลูกต้องการเข้าไปด้วย
จุดไข่ปลามีไว้เพื่อสร้างจังหวะในการอ่านของคุณ การเว้นช่วง
การเงียบ และระยะเวลานั้นสำคัญมาก เพราะจะทำให้ไม่เป็นการ
ยัดเยียดประโยคพูดและข้อมูลที่ยาวต่อเนื่องให้เด็ก อาจจะเป็น
เหมือนการไขกุญแจให้จิตบงการคุณ! และจะได้ใช้ช่องว่างเหล่านี้
เพื่อปล่อยให้ลูกได้เติมเข้าไปให้สมบูรณ์ คุณจึงสามารถเลือกที่จะ
เติม ทำให้สั้นลงหรือยาวขึ้นก็ได้ ระหว่างปฏิบัติคุณจะสังเกต
เห็นเองอย่างรวดเร็วว่าควรจะทิ้งข้อไหนหรือนำข้อแนะนำไหนมาใช้
ผ่านพฤติกรรมของลูก ระหว่างทำกิจกรรมคุณควรเสนอให้ลูก

หลับตาถ้าในกิจกรรมแนะนำไว้ อย่าบังคับ! และให้คุณลงท้ายด้วย
การกลับสู่ปัจจุบันอันมีค่าด้วยการมองโลกในแง่ดีเสมอ (แม้ว่า
กิจกรรมในตอนนั้นจะยากก็ตาม) และให้ลูก “ขยับ” ด้วยการ
เคลื่อนไหวง่าย ๆ เพื่อ ส่งคืน” ร่างกาย ถ้าคุณยินยอมก็ลองปล่อย
ให้กิจกรรม “ดำเนินไป” ด้วยเสียงของลูกบ้าง คุณจะประหลาดใจ
และดีใจที่ได้สร้างความสัมพันธ์ในการพัฒนาตนร่วมกันกับลูก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *